ความหมาย
เป็นช่องเหมือนกับแผ่นตารางที่ถูกกั้นเป็นห้องๆ ตามแนวตั้งและแนวนอนซึ่งซอฟต์แวร์จำพวกสเปรดชีตจะสร้างขึ้นบนจอภาพของคอมพิวเตอร์ เมื่อเลื่อนตำแหน่งต่างๆ ของเซลล์แล้ว เราสามารถป้อนข้อมูลตัวอักษร ตัวเลข สูตรคำนวณ หรือเส้นประเข้าไปในเซลล์นั้นๆ และสามารถสร้างตารางคำนวณได้
ที่มาของคำ
cell แปลว่า เซลล์หรือห้องเล็กๆ เหมือนกับกล่องที่ถูกแบ่งเป็นช่องๆ และสามารถแปลได้อีกอย่างว่าเป็นช่องเล็กๆ ของรังผึ้ง
วิธีใช้คำ
"ให้ใส่สูตรของผลรวมลงในเซลล์ที่ a8"
หมายเหตุ
cells of the brain หมายถึง เซลล์สมอง ปัจจุบันมีการใช้ neuro-computer ซึ่งเลียนแบบการทำงานของสมองคนเรา ถ้ามองว่าซอฟท์แวร์สเปรดชีตพยายามทำการคำนวณเหมือนเซลล์สมองของคนเรา ก็อาจจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
spread-sheet, worksheet, cell pointer
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552
cd-rom : ซีดีรอม
ความหมาย
เป็นสื่อสำหรับเก็บข้อมูลอย่างหนึ่งของพีซีโดยใช้เทคโนโลยีของเลเซอร์ดิสก์มาเก็บข้อมูลเหมือนกับ compact disk ที่ใช้เล่นดนตรี เส้นผ่านศูนย์กลางจะเท่ากับ 12 ซม. เหมือนกับ compact disk ที่ใช้เล่นดนตรี โดยแผ่นหนึ่งจะจุข้อมูลได้ 550 mb และยังสามารถใส่ข้อมูลประเภทเสียงหรือภาพเข้าไปได้ด้วย สามารถอ่านได้โดยใช้เครื่องอ่าน (drive) โดยเฉพาะ แต่ไม่สามารถเขียนข้อมูลลงไปได้ ปัจจุบันมีสำนักพิมพ์บางแห่งนำข้อมูลที่เก็บไว้ในแผ่น cd-rom ออกวางจำหน่าย
ที่มาของคำ
cd-rom ย่อมาจาก compact disk read only memory หมายถึง สื่อสำหรับบันทึกข้อมูลที่สามารถอ่านได้อย่างเดียว
วิธีใช้คำ
"cd-rom เป็นสื่อบันทึกข้อมูลแบบใหม่สำหรับพีซี ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจอย่างสูง"
หมายเหตุ
cd นอกจากจะแปลว่า compact disk แล้วยังเป็นคำย่อของ cash dispenser, christian dior เป็นต้น
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
rom
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นสื่อสำหรับเก็บข้อมูลอย่างหนึ่งของพีซีโดยใช้เทคโนโลยีของเลเซอร์ดิสก์มาเก็บข้อมูลเหมือนกับ compact disk ที่ใช้เล่นดนตรี เส้นผ่านศูนย์กลางจะเท่ากับ 12 ซม. เหมือนกับ compact disk ที่ใช้เล่นดนตรี โดยแผ่นหนึ่งจะจุข้อมูลได้ 550 mb และยังสามารถใส่ข้อมูลประเภทเสียงหรือภาพเข้าไปได้ด้วย สามารถอ่านได้โดยใช้เครื่องอ่าน (drive) โดยเฉพาะ แต่ไม่สามารถเขียนข้อมูลลงไปได้ ปัจจุบันมีสำนักพิมพ์บางแห่งนำข้อมูลที่เก็บไว้ในแผ่น cd-rom ออกวางจำหน่าย
ที่มาของคำ
cd-rom ย่อมาจาก compact disk read only memory หมายถึง สื่อสำหรับบันทึกข้อมูลที่สามารถอ่านได้อย่างเดียว
วิธีใช้คำ
"cd-rom เป็นสื่อบันทึกข้อมูลแบบใหม่สำหรับพีซี ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจอย่างสูง"
หมายเหตุ
cd นอกจากจะแปลว่า compact disk แล้วยังเป็นคำย่อของ cash dispenser, christian dior เป็นต้น
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
rom
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552
cad : computer aided design
ความหมาย
หมายถึงการออกแบบและเขียนแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ โดยป้อนคำสั่งต่างๆ เข้าทางแป้นกดเพื่อให้ได้แบบที่ต้องการบนจอภาพ ใช้กันมากในการออกแบบรถยนต์ เสื้อผ้า บ้านเรือน และการ์ตูนต่างๆ cad ที่ทำบนเครื่องพีซีเรียก พีซีแคด และซอฟต์แวร์ที่ใช้เรียกว่าซอฟต์แวร์แคด
ที่มาของคำ
cad ย่อมาจาก computer aided design (การออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย)
วิธีใช้คำ
"pc-cad เป็นซอฟท์แวร์ในการเขียนแบบอันหนึ่ง"
หมายเหตุ
คำที่คู่กับ cad คือ cam ย่อมาจาก computer aidid mamufacturing (การผลิตโดยใข้คอมพิวเตอร์ช่วย) เป็นการผลิตสินค้าที่ออกแบบโดย cad แล้ว เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ทำต่อจาก cad จึงเรียกรวมกันว่า cad/cam (แคด/แคม)
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cam
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
หมายถึงการออกแบบและเขียนแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ โดยป้อนคำสั่งต่างๆ เข้าทางแป้นกดเพื่อให้ได้แบบที่ต้องการบนจอภาพ ใช้กันมากในการออกแบบรถยนต์ เสื้อผ้า บ้านเรือน และการ์ตูนต่างๆ cad ที่ทำบนเครื่องพีซีเรียก พีซีแคด และซอฟต์แวร์ที่ใช้เรียกว่าซอฟต์แวร์แคด
ที่มาของคำ
cad ย่อมาจาก computer aided design (การออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย)
วิธีใช้คำ
"pc-cad เป็นซอฟท์แวร์ในการเขียนแบบอันหนึ่ง"
หมายเหตุ
คำที่คู่กับ cad คือ cam ย่อมาจาก computer aidid mamufacturing (การผลิตโดยใข้คอมพิวเตอร์ช่วย) เป็นการผลิตสินค้าที่ออกแบบโดย cad แล้ว เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ทำต่อจาก cad จึงเรียกรวมกันว่า cad/cam (แคด/แคม)
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cam
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552
cache disk : แคชดิสก์
ความหมาย
หมายถึงการเก็บข้อมูลที่ต้องใช้อ่านหรือเขียนจากฟล็อปปี้ดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ ไปเก็บไว้ในหน่วยความจำที่อยู่คนละที่กับหน่วยความจำหลัก (จะอยู่ในหน่วยความจำของ ram board) เมื่อต้องการอ่านหรือเขียนข้อมูลเดิมจากดิสก์ ก็สามารถอ่านจาก ram board ได้ จึงทำให้อ่านได้เร็วขึ้น บางครั้งก็เรียกว่า disk cache
ที่มาของคำ
cache เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า แอบซ่อน หมายความว่าข้อมูลที่อ่านจากฟล็อปปี้หรือฮาร์ดดิสจะถูกนำมาเก็บซ่อนไว้ใน ram board
วิธีใช้คำ
"ในการใช้ฟลอปปี้ดิสก์ ถ้าข้อมูลที่ต้องอ่านมีปริมาณมาก ให้ใช้ cache disk จะดีกว่า เวลาปฏิบัติงานจะลดลงอย่างมาก"
หมายเหตุ
ในการอ่านเขียนข้อมูลนั้น จะมีความเร็วเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้คือ ram, rom, ฮาร์ดดิสก์, ฟล็อปปี้ดิสก์
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
ram disk, rom, ram
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
หมายถึงการเก็บข้อมูลที่ต้องใช้อ่านหรือเขียนจากฟล็อปปี้ดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ ไปเก็บไว้ในหน่วยความจำที่อยู่คนละที่กับหน่วยความจำหลัก (จะอยู่ในหน่วยความจำของ ram board) เมื่อต้องการอ่านหรือเขียนข้อมูลเดิมจากดิสก์ ก็สามารถอ่านจาก ram board ได้ จึงทำให้อ่านได้เร็วขึ้น บางครั้งก็เรียกว่า disk cache
ที่มาของคำ
cache เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า แอบซ่อน หมายความว่าข้อมูลที่อ่านจากฟล็อปปี้หรือฮาร์ดดิสจะถูกนำมาเก็บซ่อนไว้ใน ram board
วิธีใช้คำ
"ในการใช้ฟลอปปี้ดิสก์ ถ้าข้อมูลที่ต้องอ่านมีปริมาณมาก ให้ใช้ cache disk จะดีกว่า เวลาปฏิบัติงานจะลดลงอย่างมาก"
หมายเหตุ
ในการอ่านเขียนข้อมูลนั้น จะมีความเร็วเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้คือ ram, rom, ฮาร์ดดิสก์, ฟล็อปปี้ดิสก์
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
ram disk, rom, ram
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552
c language : ภาษาซี
ความหมาย
เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรม (programming language) ภาษาหนึ่งที่ใช้สำหรับเครื่องพีซีและได้รับความสนใจอย่างสูงในปัจจุบัน เพราะมีลักษณะเด่นของภาษาแอสเซมบลีและภาษาระดับสูงรวมกันอยู่ในตัว เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมทั่วไป ซึ่งเดิมใช้สำหรับมินิคอมพิวเตอร์
ที่มาของคำ
ที่มาของคำว่า c นั้น เล่ากันว่าเริ่มต้นจากภาษา bcpl ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1960 ต่อมาได้มีการพัฒนาภาษา b ขึ้นมาในปี 1970 ภาษาที่พัฒนาต่อมาจากภาษา b จึงเรียกว่า ภาษา c แต่ยังไม่มีภาษา d
วิธีใช้คำ
"ภาษา c พัฒนาขึ้นมาโดยศูนย์วิจัยเบลในทศวรรษที่ 1970"
"รู้ไหม unix เขียนขึ้นมาโดยใช้ภาษา c"
หมายเหตุ
คนที่ไม่รู้จักพีซี ถ้าเห็นหนังสือ "c เบื้องต้น" อาจจะนึกว่าเป็นหนังสือโป้ และ a,b,c ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องอย่างว่า แต่หมายถึง assembler, basic และภาษา c ต่างหาก
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
assembly, unix
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรม (programming language) ภาษาหนึ่งที่ใช้สำหรับเครื่องพีซีและได้รับความสนใจอย่างสูงในปัจจุบัน เพราะมีลักษณะเด่นของภาษาแอสเซมบลีและภาษาระดับสูงรวมกันอยู่ในตัว เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมทั่วไป ซึ่งเดิมใช้สำหรับมินิคอมพิวเตอร์
ที่มาของคำ
ที่มาของคำว่า c นั้น เล่ากันว่าเริ่มต้นจากภาษา bcpl ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1960 ต่อมาได้มีการพัฒนาภาษา b ขึ้นมาในปี 1970 ภาษาที่พัฒนาต่อมาจากภาษา b จึงเรียกว่า ภาษา c แต่ยังไม่มีภาษา d
วิธีใช้คำ
"ภาษา c พัฒนาขึ้นมาโดยศูนย์วิจัยเบลในทศวรรษที่ 1970"
"รู้ไหม unix เขียนขึ้นมาโดยใช้ภาษา c"
หมายเหตุ
คนที่ไม่รู้จักพีซี ถ้าเห็นหนังสือ "c เบื้องต้น" อาจจะนึกว่าเป็นหนังสือโป้ และ a,b,c ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องอย่างว่า แต่หมายถึง assembler, basic และภาษา c ต่างหาก
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
assembly, unix
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
byte : ไบต์
ความหมาย
ในการแสดงตัวเลขด้วยบิต (ชุด 0,1) นั้น ถ้าตัวเลขใหญ่ๆ จะเจ้าใจยาก ดังนั้นเพื่อให้นับง่าย จึงใช้หน่วยเป็นไบต์ 8 บิตรวมกันจะเรียกว่า 1 ไบต์ หน่วย 1 ไบต์ = 8 บิตนั้น เป็นหน่วยกะทัดรัด เป็นหน่วยพื้นฐานที่ใช้ในการแสดงความจุของหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์หรือในแผ่นดิสก์ในการแสดงความยาวเราใช้หน่วย 1 เมตร แทนความยาว 100 เซนติเมตร ในทำนองเดียวกัน เราใช้หน่วย 1 กิโลไบต์แทนตัวเลขประมาณ 1000 ไบต์ ตัวเลขที่ถูก คือ 2 ยกกำลัง 10 เท่ากับ 1024 ไบต์ เขียนโดยใช้สัญลักษณ์ 1kb นอกจากนี้ 100 กิโลไบต์ ยังเรียกว่า 1 เมกะไบต์ เขียนโดยใช้สัญญลักษ์ 1 mb
ที่มาของคำ
byte เป็นคำที่ใช้กับเครื่อง ibm แต่แพร่หลายจนเป็นคำที่ใช้ทั่วไป
วิธีใช้คำ
"ใน ms-dos ผู้ใช้จะใช้หน่วยความจำในการอ่านหรือเขียนได้ไม่เกิน 640 kb"
"แผ่นฟล็อปปี้ดิสก์นี้มีความจุ 1.2 mb"
หมายเหตุ
1 ไบต์เป็นหน่วยที่ใช้เก็บข้อมูลสำหรับ 1 ตัวอักษรภาษาอังกฤษ แต่สำหรับภาษาญี่ปุ่จะต้องใช้ 2 ไบต์ (ในการเก็บตัวคันจิ)
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
bit
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
ในการแสดงตัวเลขด้วยบิต (ชุด 0,1) นั้น ถ้าตัวเลขใหญ่ๆ จะเจ้าใจยาก ดังนั้นเพื่อให้นับง่าย จึงใช้หน่วยเป็นไบต์ 8 บิตรวมกันจะเรียกว่า 1 ไบต์ หน่วย 1 ไบต์ = 8 บิตนั้น เป็นหน่วยกะทัดรัด เป็นหน่วยพื้นฐานที่ใช้ในการแสดงความจุของหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์หรือในแผ่นดิสก์ในการแสดงความยาวเราใช้หน่วย 1 เมตร แทนความยาว 100 เซนติเมตร ในทำนองเดียวกัน เราใช้หน่วย 1 กิโลไบต์แทนตัวเลขประมาณ 1000 ไบต์ ตัวเลขที่ถูก คือ 2 ยกกำลัง 10 เท่ากับ 1024 ไบต์ เขียนโดยใช้สัญลักษณ์ 1kb นอกจากนี้ 100 กิโลไบต์ ยังเรียกว่า 1 เมกะไบต์ เขียนโดยใช้สัญญลักษ์ 1 mb
ที่มาของคำ
byte เป็นคำที่ใช้กับเครื่อง ibm แต่แพร่หลายจนเป็นคำที่ใช้ทั่วไป
วิธีใช้คำ
"ใน ms-dos ผู้ใช้จะใช้หน่วยความจำในการอ่านหรือเขียนได้ไม่เกิน 640 kb"
"แผ่นฟล็อปปี้ดิสก์นี้มีความจุ 1.2 mb"
หมายเหตุ
1 ไบต์เป็นหน่วยที่ใช้เก็บข้อมูลสำหรับ 1 ตัวอักษรภาษาอังกฤษ แต่สำหรับภาษาญี่ปุ่จะต้องใช้ 2 ไบต์ (ในการเก็บตัวคันจิ)
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
bit
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552
bus : บัส
ความหมาย
เป็นช่องทางที่ข้อมูลหรือสัญญาณใช้เป็นทางผ่านในการส่งถ่ายข้อมูลระหว่าง cpu กับหน่วยความจำหรืออุปกรณ์ i/o ต่างๆ กล่าวได้ว่าเป็นเส้นทางด่วนของข้อมูล รูปร่างหน้าตาภายนอกจะมีลักษณะเป็นสายไฟที่เรียงกันเป็นกลุ่ม แม้ว่า cpu จะมีความเร็วในการประมวลสูงก็ตาม แต่ถ้าหากว่า bus มีสมรรถนะต่ำ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องพีซีลดต่ำลงไปด้วย
ที่มาของคำ
bus ในคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่รับส่งข้อมูลและสัญญาณต่างๆ เช่นเดียวกับรถบัสที่คอยวิ่งรับส่งผู้โดยสาร
วิธีใช้คำ
"ibm ได้ใช้ bus แบบใหม่ในเครื่องพีซีรุ่นใหม่ที่เรียกว่า ps/2 bus แบบใหม่นี้ มีชื่อเรียกว่า ไมโครแชนแนล"
"บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้รวมตัวกันพัฒนา bus แบบใหม่ที่ใช้ร่วมกันได้เพื่อแข่งขันกับ ps/2 ของ ibm"
หมายเหตุ
bus แบ่งเป็นชนิดต่างๆ ตามประเภทของข้อมูลได้ดังนี้ คือ
address bus เป็นบัสที่รับสัญญาณจาก cpu ใช้กำหนดตำแหน่งในการรับส่งข้อมูล
data bus เป็นบัสที่ข้อมูลผ่าน
control bus เป็นบัสที่รับสัญญาณจาก cpu ใช้ในการควบคุมการรับส่งข้อมูล
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cpu, address
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นช่องทางที่ข้อมูลหรือสัญญาณใช้เป็นทางผ่านในการส่งถ่ายข้อมูลระหว่าง cpu กับหน่วยความจำหรืออุปกรณ์ i/o ต่างๆ กล่าวได้ว่าเป็นเส้นทางด่วนของข้อมูล รูปร่างหน้าตาภายนอกจะมีลักษณะเป็นสายไฟที่เรียงกันเป็นกลุ่ม แม้ว่า cpu จะมีความเร็วในการประมวลสูงก็ตาม แต่ถ้าหากว่า bus มีสมรรถนะต่ำ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องพีซีลดต่ำลงไปด้วย
ที่มาของคำ
bus ในคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่รับส่งข้อมูลและสัญญาณต่างๆ เช่นเดียวกับรถบัสที่คอยวิ่งรับส่งผู้โดยสาร
วิธีใช้คำ
"ibm ได้ใช้ bus แบบใหม่ในเครื่องพีซีรุ่นใหม่ที่เรียกว่า ps/2 bus แบบใหม่นี้ มีชื่อเรียกว่า ไมโครแชนแนล"
"บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้รวมตัวกันพัฒนา bus แบบใหม่ที่ใช้ร่วมกันได้เพื่อแข่งขันกับ ps/2 ของ ibm"
หมายเหตุ
bus แบ่งเป็นชนิดต่างๆ ตามประเภทของข้อมูลได้ดังนี้ คือ
address bus เป็นบัสที่รับสัญญาณจาก cpu ใช้กำหนดตำแหน่งในการรับส่งข้อมูล
data bus เป็นบัสที่ข้อมูลผ่าน
control bus เป็นบัสที่รับสัญญาณจาก cpu ใช้ในการควบคุมการรับส่งข้อมูล
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cpu, address
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552
bundle : บันเดิล
ความหมาย
bundle เป็นคำที่ใช้ในความหมายที่ว่าในไมโครคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ที่ขายกันทั่วไปนั้นมีซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่จำเป็นติดพ่วงมาด้วย
ที่มาของคำ
bundle แปลว่า ช่อ, พวง ให้ความรู้สึกว่ามีซอฟต์แวร์ตามมาเป็นพวง
วิธีใช้คำ
"เครื่องพีซีนี้มีซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ (word processer) พ่วงมาด้วย"
"ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำนี้ มีระบบของ ms-dos พ่วงมาด้วยทำให้บูตได้โดยอัตโนมัติ"
หมายเหตุ
ms-dos version 2.11 จะพ่วงอยู่ในซอฟต์แวร์ที่ขายกันทั่วไป แต่ version 3.10 ขึ้นไปจะไม่มีพ่วงอยู่ด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะบริษัทไมโครซอฟต์ผู้พัฒนา ms-dos ไม่อนุญาให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์อื่นๆ พ่วงเอา ms-dos version ใหม่เข้าไปด้วย เพราะโดยหลักการแล้ว os และซอฟต์แวร์ทั่วไปควรขายแยกกัน
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
ms-dos
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
bundle เป็นคำที่ใช้ในความหมายที่ว่าในไมโครคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ที่ขายกันทั่วไปนั้นมีซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่จำเป็นติดพ่วงมาด้วย
ที่มาของคำ
bundle แปลว่า ช่อ, พวง ให้ความรู้สึกว่ามีซอฟต์แวร์ตามมาเป็นพวง
วิธีใช้คำ
"เครื่องพีซีนี้มีซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ (word processer) พ่วงมาด้วย"
"ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำนี้ มีระบบของ ms-dos พ่วงมาด้วยทำให้บูตได้โดยอัตโนมัติ"
หมายเหตุ
ms-dos version 2.11 จะพ่วงอยู่ในซอฟต์แวร์ที่ขายกันทั่วไป แต่ version 3.10 ขึ้นไปจะไม่มีพ่วงอยู่ด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะบริษัทไมโครซอฟต์ผู้พัฒนา ms-dos ไม่อนุญาให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์อื่นๆ พ่วงเอา ms-dos version ใหม่เข้าไปด้วย เพราะโดยหลักการแล้ว os และซอฟต์แวร์ทั่วไปควรขายแยกกัน
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
ms-dos
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552
bug : บั๊ก
ความหมาย
bug หมายถึง ความผิดพลาดหรือจุดบกพร่องของโปรแกรม เวลาที่โปรแกรมไม่สามารถให้ผลตามที่คาดหวังไว้ได้ เราเรียกว่าโปรแกรมนั้นมี bug อยู่หรือมีหนอนอยู่
ที่มาของคำ
bug แปลว่า แมลง เป็นคำที่เกิดขึ้นจากบริษัทโทรศัพท์แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เวลาที่มีเหตุขัดข้องในสายโทรศัพท์ มักจะพูดเป็นเชิงตลกว่า "มีแมลงมากินสายโทรศัพท์" ในความเป็นจริงแล้วโทรศัพท์ในยุคแรกๆ มีปัญหาเนื่องจากแมลงกินเปลือกหุ้มสายโทรศัพท์อยู่ค่อนข้างมากทีเดียว
วิธีใช้คำ
"ถ้าหากว่าโปรแกรมของบริษัทเรามี bug อยู่ เรายินดีเปลี่ยนให้ฟรี"
"โปรแกรมนี้ดูเหมือนจะทำงานผิดปกติ สงสัยจะมี bug อยู่"
หมายเหตุ
เมื่อค้นพบ bug แล้วทำการเอามันออกไป เราเรียกว่า ดีบั๊ก (debug) ซึ่งมาจากคำว่า de ซึ่งแปลว่า ปลดออก เอาออก รวมกับคำว่า บั๊ก ซึ่งแปลว่า แมลง หมายความว่าทำการเอาแมลง (จุดบกพร่อง) ออกไป กล่าวกันว่าโทรศัพท์ในยุคแรกๆ ทำการ debug โดยการเคลือบสารที่แมลงไม่ชอบลงสายโทรศัพท์
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
debug
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
bug หมายถึง ความผิดพลาดหรือจุดบกพร่องของโปรแกรม เวลาที่โปรแกรมไม่สามารถให้ผลตามที่คาดหวังไว้ได้ เราเรียกว่าโปรแกรมนั้นมี bug อยู่หรือมีหนอนอยู่
ที่มาของคำ
bug แปลว่า แมลง เป็นคำที่เกิดขึ้นจากบริษัทโทรศัพท์แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เวลาที่มีเหตุขัดข้องในสายโทรศัพท์ มักจะพูดเป็นเชิงตลกว่า "มีแมลงมากินสายโทรศัพท์" ในความเป็นจริงแล้วโทรศัพท์ในยุคแรกๆ มีปัญหาเนื่องจากแมลงกินเปลือกหุ้มสายโทรศัพท์อยู่ค่อนข้างมากทีเดียว
วิธีใช้คำ
"ถ้าหากว่าโปรแกรมของบริษัทเรามี bug อยู่ เรายินดีเปลี่ยนให้ฟรี"
"โปรแกรมนี้ดูเหมือนจะทำงานผิดปกติ สงสัยจะมี bug อยู่"
หมายเหตุ
เมื่อค้นพบ bug แล้วทำการเอามันออกไป เราเรียกว่า ดีบั๊ก (debug) ซึ่งมาจากคำว่า de ซึ่งแปลว่า ปลดออก เอาออก รวมกับคำว่า บั๊ก ซึ่งแปลว่า แมลง หมายความว่าทำการเอาแมลง (จุดบกพร่อง) ออกไป กล่าวกันว่าโทรศัพท์ในยุคแรกๆ ทำการ debug โดยการเคลือบสารที่แมลงไม่ชอบลงสายโทรศัพท์
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
debug
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552
buffer : บัฟเฟอร์
ความหมาย
เป็นหน่วยความจำที่ใช้ในการเก็บข้อมูลชั่วคราว ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ 2 ชนิด ที่มีความเร็วในการจัดการข้อมูลไม่เท่ากัน จึงจำเป็นต้องเตรียมหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลไว้ชั่วคราว เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลได้อย่างราบรื่น และใช้เวลาในการรับส่งข้อมูลโดยรวมเร็วขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องพีซีและดิสก์ไดร์ฟนั้น จะมีบัฟเฟอร์ด้วยเช่นกัน (ในกรณีนี้ บัฟเฟอร์จะใช้เนื้อที่หน่วยความจำในเครื่องพีซี) ในการใช้บัฟเฟอร์นั้นข้อมูลจะถูกเก็บไว้ชั่วคราว หลังจากนั้นจึงทำการอ่านหรือเขียนต่อไปจึงทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
ที่มาของคำ
buffer ในภาษาอังกฤษ หมายถึง กันชนของรถยนต์ ภาษาอเมริกาเรียกว่า bumper เมื่อรถชนกัน ความรุนแรงในการชนจะเบาลง ในทำนองเดียวกัน บัฟเฟอร์จะทำหน้าที่ลดความรุนแรงของความแตกต่าง ในเรื่องความเร็วในการจัดการข้อมูลของอุปกรณ์ 2 ชนิด จึงได้ชื่อว่า buffer (กันชน) เหมือนรถยนต์
วิธีใช้คำ
"ใน ms-dos เมื่อต้องการให้การอ่านเขียนข้อมูลเร็วขึ้น ให้เพิ่มปริมาณของบัฟเฟอร์ในไฟล์ config.sys ซึ่งจะมีข้อมูลดังเช่น buffers = 20 ตัวเลข 20 นี้ คือ ปริมาณของบัฟเฟอร์"
หมายเหตุ
ในเครื่องพิมพ์ก็มีบัฟเฟอร์เหมือนกัน ข้อมูลที่ถูกส่งมาจากเครื่องพีซีจะถูกเก็บไว้ชั่วคราว หลังจากนั้นจึงถูกนำไปพิมพ์ ทำให้เครื่องพีซีสามารถส่งข้อมูลไปยังเครื่องพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อส่งข้อมูลเสร็จแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นต่อไป ถ้าหากไม่มีบัฟเฟอร์แล้ว เครื่องพีซีจะต้องรอจนกว่าเครื่องพิมพ์ทำการพิมพ์เสร็จเรียบร้อย จึงจะทำงานอย่างอื่นต่อไปได้ นอกจากนี้ยังมีบอร์ด หรืออุปกรณ์ที่มีหน่วยความจำ เช่นเดียวกับบัฟเฟอร์ของเครื่งอพิมพ์ออกวางจำหน่ายอีกด้วย
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
config.sys
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นหน่วยความจำที่ใช้ในการเก็บข้อมูลชั่วคราว ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ 2 ชนิด ที่มีความเร็วในการจัดการข้อมูลไม่เท่ากัน จึงจำเป็นต้องเตรียมหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลไว้ชั่วคราว เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลได้อย่างราบรื่น และใช้เวลาในการรับส่งข้อมูลโดยรวมเร็วขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องพีซีและดิสก์ไดร์ฟนั้น จะมีบัฟเฟอร์ด้วยเช่นกัน (ในกรณีนี้ บัฟเฟอร์จะใช้เนื้อที่หน่วยความจำในเครื่องพีซี) ในการใช้บัฟเฟอร์นั้นข้อมูลจะถูกเก็บไว้ชั่วคราว หลังจากนั้นจึงทำการอ่านหรือเขียนต่อไปจึงทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
ที่มาของคำ
buffer ในภาษาอังกฤษ หมายถึง กันชนของรถยนต์ ภาษาอเมริกาเรียกว่า bumper เมื่อรถชนกัน ความรุนแรงในการชนจะเบาลง ในทำนองเดียวกัน บัฟเฟอร์จะทำหน้าที่ลดความรุนแรงของความแตกต่าง ในเรื่องความเร็วในการจัดการข้อมูลของอุปกรณ์ 2 ชนิด จึงได้ชื่อว่า buffer (กันชน) เหมือนรถยนต์
วิธีใช้คำ
"ใน ms-dos เมื่อต้องการให้การอ่านเขียนข้อมูลเร็วขึ้น ให้เพิ่มปริมาณของบัฟเฟอร์ในไฟล์ config.sys ซึ่งจะมีข้อมูลดังเช่น buffers = 20 ตัวเลข 20 นี้ คือ ปริมาณของบัฟเฟอร์"
หมายเหตุ
ในเครื่องพิมพ์ก็มีบัฟเฟอร์เหมือนกัน ข้อมูลที่ถูกส่งมาจากเครื่องพีซีจะถูกเก็บไว้ชั่วคราว หลังจากนั้นจึงถูกนำไปพิมพ์ ทำให้เครื่องพีซีสามารถส่งข้อมูลไปยังเครื่องพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อส่งข้อมูลเสร็จแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นต่อไป ถ้าหากไม่มีบัฟเฟอร์แล้ว เครื่องพีซีจะต้องรอจนกว่าเครื่องพิมพ์ทำการพิมพ์เสร็จเรียบร้อย จึงจะทำงานอย่างอื่นต่อไปได้ นอกจากนี้ยังมีบอร์ด หรืออุปกรณ์ที่มีหน่วยความจำ เช่นเดียวกับบัฟเฟอร์ของเครื่งอพิมพ์ออกวางจำหน่ายอีกด้วย
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
config.sys
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
bps : bit per second
ความหมาย
เป็นหน่วยที่ใช้แสดงความเร็วในการส่งข้อมูลในการสื่อสารคอมพิวเตอร์ โดยนับจำนวนบิตที่สามารถส่งได้ใน 1 วินาที
ที่มาของคำ
bps ย่อมาจากคำว่า bits per second
วิธีใช้คำ
"ความเร็วในการสื่อสารแบบซิงโครไนซ์เท่ากับ 600-9600 bps"
หมายเหตุ
คำว่า bps และ baud rate ดูเหมือนว่าจะใช้เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันอยู่ สำหรับกรณี baud rate นั้น จำนวนบิตที่ส่งในแต่ละครั้งจะนับเป็น 1 baud ถ้าส่งได้ 2 บิต ใน 1 ครั้ง 2 บิตก็จะเท่ากับ 1 baud แต่โดยทั่วไปแล้วจะส่งครั้งละ 1 บิต จึงทำให้ 1 บิตเท่ากับ 1 baud ทำให้ baud rate เท่ากับ bps
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
synchronize (เวลาทางด้านส่งข้อมูลและด้านรับข้อมูลตรงกัน), baud rate
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นหน่วยที่ใช้แสดงความเร็วในการส่งข้อมูลในการสื่อสารคอมพิวเตอร์ โดยนับจำนวนบิตที่สามารถส่งได้ใน 1 วินาที
ที่มาของคำ
bps ย่อมาจากคำว่า bits per second
วิธีใช้คำ
"ความเร็วในการสื่อสารแบบซิงโครไนซ์เท่ากับ 600-9600 bps"
หมายเหตุ
คำว่า bps และ baud rate ดูเหมือนว่าจะใช้เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันอยู่ สำหรับกรณี baud rate นั้น จำนวนบิตที่ส่งในแต่ละครั้งจะนับเป็น 1 baud ถ้าส่งได้ 2 บิต ใน 1 ครั้ง 2 บิตก็จะเท่ากับ 1 baud แต่โดยทั่วไปแล้วจะส่งครั้งละ 1 บิต จึงทำให้ 1 บิตเท่ากับ 1 baud ทำให้ baud rate เท่ากับ bps
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
synchronize (เวลาทางด้านส่งข้อมูลและด้านรับข้อมูลตรงกัน), baud rate
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552
boot : บูต
ความหมาย
boot เป็นการเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำงานได้ โดยการเสียบปลั๊กเพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าไป การนำแผ่นดิสก์ระบบ (system disk) ของ ms-dos หรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูปอื่นๆ เช่น เวิร์ดโปรเซสเซอร์เสียบเข้าไปในดิสก์ไดร์ฟ แล้วทำให้มันพร้อมที่จะทำงานก็เรียกว่าบูตเช่นเดียวกัน บางทีก็เรียกว่าการเริ่มเครื่อง
ที่มาของคำ
boot แปลว่า ทำให้เริ่มทำงาน หมายความว่า ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำงาน
วิธีใช้คำ
"ซอฟท์แวร์นี้จะใช้ได้ต่อเมื่อมีการ boot ms-dos ก่อน"
"boot ซอฟต์แวร์เวิร์ดโปรเซสเซอร์แล้วอ่านไฟล์นี้เข้าไป"
หมายเหตุ
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า boot ในความหมายที่ว่าเป็นการเริ่มเครื่อง os
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
reset
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
boot เป็นการเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำงานได้ โดยการเสียบปลั๊กเพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าไป การนำแผ่นดิสก์ระบบ (system disk) ของ ms-dos หรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูปอื่นๆ เช่น เวิร์ดโปรเซสเซอร์เสียบเข้าไปในดิสก์ไดร์ฟ แล้วทำให้มันพร้อมที่จะทำงานก็เรียกว่าบูตเช่นเดียวกัน บางทีก็เรียกว่าการเริ่มเครื่อง
ที่มาของคำ
boot แปลว่า ทำให้เริ่มทำงาน หมายความว่า ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำงาน
วิธีใช้คำ
"ซอฟท์แวร์นี้จะใช้ได้ต่อเมื่อมีการ boot ms-dos ก่อน"
"boot ซอฟต์แวร์เวิร์ดโปรเซสเซอร์แล้วอ่านไฟล์นี้เข้าไป"
หมายเหตุ
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า boot ในความหมายที่ว่าเป็นการเริ่มเครื่อง os
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
reset
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552
bit-mapped display : บิตแมพดิสเพลย์
ความหมาย
bit-mapped display เป็นการแสดงผลบนจอภาพโดยให้แต่ละจุด (dot) บนจอภาพสัมพันธ์กับแต่ละบิต (bit) ของ vram (หน่วยความจำสำหรับแสดงผลบนหน้าจอ) ในไมโครคอมพิวเตอร์ ทั้งตัวอักษรและกราฟิกส์จะแสดงด้วยจุดหลายๆ จุดมาต่อเรียงกัน ด้วยความสามารถในการควบคุมจุดทุกจุดบนจอภาพได้ จึงเหมาะสำหรับการวาดรูปกราฟิกส์ ที่ต้องการแยกสีให้ชัดเจน ตัวแสดงผล (display) ในไมโครคอมพิวเตอร์แบบวางตักจะใช้การแสดงผลแบบนี้เช่นเดียวกัน
ที่มาของคำ
bit-mapped display หมายถึง การแสดงผลโดยการวางตำแหน่งบิตอย่างละเอียด
วิธีใช้คำ
"bit-mapped display สามารถรวมข้อความและกราฟิกส์เข้าด้วยกัน"
หมายเหตุ
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ bit-mapped display ที่มีชื่อเสียงได้แก่ เครื่อง macintosh สำหรับเครื่อง pc-9800 series นั้นมีจอภาพแสดงข้อความและจอภาพแสดงกราฟิกส์อยู่รวม 2 จอภาพ ในการแสดงผลนั้น จะนำจอภาพทั้ง 2 มาซ้อนกัน
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
vram, attribute
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
bit-mapped display เป็นการแสดงผลบนจอภาพโดยให้แต่ละจุด (dot) บนจอภาพสัมพันธ์กับแต่ละบิต (bit) ของ vram (หน่วยความจำสำหรับแสดงผลบนหน้าจอ) ในไมโครคอมพิวเตอร์ ทั้งตัวอักษรและกราฟิกส์จะแสดงด้วยจุดหลายๆ จุดมาต่อเรียงกัน ด้วยความสามารถในการควบคุมจุดทุกจุดบนจอภาพได้ จึงเหมาะสำหรับการวาดรูปกราฟิกส์ ที่ต้องการแยกสีให้ชัดเจน ตัวแสดงผล (display) ในไมโครคอมพิวเตอร์แบบวางตักจะใช้การแสดงผลแบบนี้เช่นเดียวกัน
ที่มาของคำ
bit-mapped display หมายถึง การแสดงผลโดยการวางตำแหน่งบิตอย่างละเอียด
วิธีใช้คำ
"bit-mapped display สามารถรวมข้อความและกราฟิกส์เข้าด้วยกัน"
หมายเหตุ
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ bit-mapped display ที่มีชื่อเสียงได้แก่ เครื่อง macintosh สำหรับเครื่อง pc-9800 series นั้นมีจอภาพแสดงข้อความและจอภาพแสดงกราฟิกส์อยู่รวม 2 จอภาพ ในการแสดงผลนั้น จะนำจอภาพทั้ง 2 มาซ้อนกัน
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
vram, attribute
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
32 bit : 32 บิต
ความหมาย
เป็นตัวเลขที่แสดงความสามารถในการประมวลผลของ CPU (สมอง) ของคอมพิวเตอร์ซึ่งมีสมรรถนะสูงสุดในปัจจุบันนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ 8 บิต หรือ 16 บิต แล้วจะมีความเร็วในการประมวลผลที่เร็วกว่ามาก และสามารถดำเนินการโปรแกรมใหญ่ๆ ได้และยังสามารถจัดการข้อมูลได้ครั้งละมากๆ ปัจจุบันเครื่องพีซีชนิด 32 บิต ราคาถูกเริ่มมีวางจำหน่ายแล้ว ที่ใช้กันมากได้แก่ cpu เบอร์ 80386 ของบริษัทอินเทลในสหรัฐอเมริกา
ที่มาของคำ
32 bit หมายถึง cpu ซึ่งสามารถจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 32 บิต คอมพิวเตอร์จะอ่านตัวอักษรได้ 1 ตัว จากข้อมูล 8 บิต ดังนั้น คอมพิวเตอร์ 8 บิต จะจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 1 ตัวอักษร คอมพิวเตอร์ 16 บิต จะจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 2 ตัวอักษร คอมพิวเตอร์ 32 บิต จะจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 4 ตัวอักษร
วิธีใช้คำ
"ถ้าใช้เครื่องพีซี 16 บิต แล้วความเร็วยังไม่พอ ลองเปลี่ยนมาใช้ 32 บิต ดูซิ"
"ยุคสมัยของเครื่องพีซี 32 บิต กำลังก้าวเข้ามา"
หมายเหตุ
ในขณะที่ cpu เพิ่มจาก 8 บิตมาเป็น 16 บิต นั้น ความจุของหน่วยความจำที่สามารถอ่านเขียนได้โดยตรงนั้น ได้เพิ่มเป็น 16 เท่า (1 mb) และเมื่อ cpu เพิ่มจาก 16 บิต เป็น 32 บิต ความจุอันนี้ได้เพิ่มขึ้นถึง 4096 mb (4 gb)
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cpu
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นตัวเลขที่แสดงความสามารถในการประมวลผลของ CPU (สมอง) ของคอมพิวเตอร์ซึ่งมีสมรรถนะสูงสุดในปัจจุบันนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ 8 บิต หรือ 16 บิต แล้วจะมีความเร็วในการประมวลผลที่เร็วกว่ามาก และสามารถดำเนินการโปรแกรมใหญ่ๆ ได้และยังสามารถจัดการข้อมูลได้ครั้งละมากๆ ปัจจุบันเครื่องพีซีชนิด 32 บิต ราคาถูกเริ่มมีวางจำหน่ายแล้ว ที่ใช้กันมากได้แก่ cpu เบอร์ 80386 ของบริษัทอินเทลในสหรัฐอเมริกา
ที่มาของคำ
32 bit หมายถึง cpu ซึ่งสามารถจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 32 บิต คอมพิวเตอร์จะอ่านตัวอักษรได้ 1 ตัว จากข้อมูล 8 บิต ดังนั้น คอมพิวเตอร์ 8 บิต จะจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 1 ตัวอักษร คอมพิวเตอร์ 16 บิต จะจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 2 ตัวอักษร คอมพิวเตอร์ 32 บิต จะจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 4 ตัวอักษร
วิธีใช้คำ
"ถ้าใช้เครื่องพีซี 16 บิต แล้วความเร็วยังไม่พอ ลองเปลี่ยนมาใช้ 32 บิต ดูซิ"
"ยุคสมัยของเครื่องพีซี 32 บิต กำลังก้าวเข้ามา"
หมายเหตุ
ในขณะที่ cpu เพิ่มจาก 8 บิตมาเป็น 16 บิต นั้น ความจุของหน่วยความจำที่สามารถอ่านเขียนได้โดยตรงนั้น ได้เพิ่มเป็น 16 เท่า (1 mb) และเมื่อ cpu เพิ่มจาก 16 บิต เป็น 32 บิต ความจุอันนี้ได้เพิ่มขึ้นถึง 4096 mb (4 gb)
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cpu
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
16 bit : 16 บิต
ความหมาย
เป็นตัวเลขที่แสดงความสามารถในการจัดการข้อมูลของ CPU ในคอมพิวเตอร์ตัวเลขที่ใช้กันมากในเครื่องพีซี ได้แก่ CPU เบอร์ 8086 และ 80286 ที่พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท อินเทล ในสหรัฐอเมริกา
ที่มาของคำ
16 bit หมายถึง cpu ที่สามารถจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 16 บิต ภายในเครื่องพีซีนั้น ข้อมูล 1 ตัวอักษร สามารถแทนได้ด้วยข้อมูล 8 บิต ดังนั้น ใน CPU 16 บิต จะสามารถจัดการข้อมูลได้ครั้ง 2 ตัวอักษร
วิธีใช้คำ
"ปัจจุบันนี้ มีคนพูดถึงเครื่องพีซี 32 bit กันมาก แต่ 16 bit ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว"
หมายเหตุ
user memory ของ ms-dos มีให้ใช้ได้ไม่เกิน 340 kb นั้น เป็นเพราะขีดจำกัดของ 8086 ซึ่งหน่วยความจำสำหรับเขียนอ่านได้สูงสุดเพียง 1 mb ใน 1 mb นี้จะถูกใช้ไปโดย rom, vram และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ ms-dos เป็นจำนวน 360 kb ที่เหลือ 640 kb จึงเป็น user memory
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cpu, vram
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นตัวเลขที่แสดงความสามารถในการจัดการข้อมูลของ CPU ในคอมพิวเตอร์ตัวเลขที่ใช้กันมากในเครื่องพีซี ได้แก่ CPU เบอร์ 8086 และ 80286 ที่พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท อินเทล ในสหรัฐอเมริกา
ที่มาของคำ
16 bit หมายถึง cpu ที่สามารถจัดการข้อมูลได้ครั้งละ 16 บิต ภายในเครื่องพีซีนั้น ข้อมูล 1 ตัวอักษร สามารถแทนได้ด้วยข้อมูล 8 บิต ดังนั้น ใน CPU 16 บิต จะสามารถจัดการข้อมูลได้ครั้ง 2 ตัวอักษร
วิธีใช้คำ
"ปัจจุบันนี้ มีคนพูดถึงเครื่องพีซี 32 bit กันมาก แต่ 16 bit ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว"
หมายเหตุ
user memory ของ ms-dos มีให้ใช้ได้ไม่เกิน 340 kb นั้น เป็นเพราะขีดจำกัดของ 8086 ซึ่งหน่วยความจำสำหรับเขียนอ่านได้สูงสุดเพียง 1 mb ใน 1 mb นี้จะถูกใช้ไปโดย rom, vram และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ ms-dos เป็นจำนวน 360 kb ที่เหลือ 640 kb จึงเป็น user memory
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
cpu, vram
ที่มา : คู่มือศัพท์คอมพิวเตอร์ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)